✕
ที่ปรึกษาของคุณ
AI Advisor
ส่งคำถาม
ติดต่อเรา
อีเมล
webmoe@moe.go.th
โทรศัพท์
0 2282 8283 - 5
ที่ตั้ง
319 วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กทม. 10300
0 2282 8283 - 5
webmoe@moe.go.th
ขนาดตัวอักษร
ก
แสดงผล
ก
ก
ก
เลือกภาษา
th
en
หน้าแรก
www
เข้าสู่ระบบ
เกี่ยวกับเรา
ความเป็นมา
ความเป็นมา และ ข้อมูลผู้บริหาร ศทก.
ดูรายงานสถิติ
คำถามที่พบบ่อย
หลักสูตร
คลังสื่อ
Knowledge Tank
ข่าวสารและกิจกรรม
ข่าวสาร
ปฏิทินกิจกรรม
คลังความรู้
สัมมนาออนไลน์
แบบสำรวจ
เข้าสู่ระบบ
คลังความรู้
หน้าแรก
//
สื่อใหม่
//
7 พฤติกรรมเสี่ยง ที่อาจทำลายข้อมูลภายในบริษัทได้โดยไม่รู้ตัว
7 พฤติกรรมเสี่ยง ที่อาจทำลายข้อมูลภายในบริษัทได้โดยไม่รู้ตัว
ข้อมูลถือเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลลูกค้า เอกสารสำคัญ หรือข้อมูลเชิงกลยุทธ์ แต่หากคุณจัดเก็บข้อมูลอย่างผิดวิธี ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงได้ เช่น การสูญเสียข้อมูล ความเสียหายทางธุรกิจ หรือแม้แต่ปัญหาด้านกฎหมาย ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาสำรวจ
วิธีการเก็บข้อมูลที่ “ไม่ควรทำ”
และเสนอวิธีการปรับปรุงที่เหมาะสม เพื่อให้คุณสามารถปกป้องข้อมูลของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. เก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ในเครื่องเดียว
การจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ในคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียว เช่น คอมพิวเตอร์ของพนักงาน หรือเซิร์ฟเวอร์ภายในบริษัท อาจดูสะดวกในระยะสั้น แต่จริง ๆ แล้วเป็นความเสี่ยงมหาศาล เพราะหากเกิดปัญหา เช่น ฮาร์ดแวร์เสียหาย ไฟฟ้าดับ หรือการโจมตีจากไวรัสและแรนซัมแวร์ ข้อมูลทั้งหมดอาจสูญหายไปอย่างถาวร
แนวทางการแก้ไข
ใช้ Cloud Storage เช่น Google Drive, OneDrive หรือ SharePoint ที่มีความปลอดภัยสูง และรองรับการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ
สำรองข้อมูลไว้หลายที่ เช่น บริการ Cloud Backup หรือ External Hard Drive ที่เก็บในสถานที่ปลอดภัย
การกระจายข้อมูลและใช้เทคโนโลยี Cloud จะช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญเสียข้อมูลได้ และยังทำให้การเข้าถึงข้อมูลมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น
2. จัดเก็บข้อมูลไม่เป็นระเบียบ
เมื่อไม่มีระบบการจัดระเบียบข้อมูลที่ชัดเจน ข้อมูลมักจะถูกเก็บกระจัดกระจายโดยไม่มีโครงสร้างที่เหมาะสม ส่งผลให้พนักงานใช้เวลาในการค้นหาข้อมูลมากเกินไปและอาจเกิดข้อผิดพลาดในการเลือกใช้ไฟล์ผิดประเภทหรือไฟล์เก่าที่ไม่มีการอัปเดต เช่น การเลือกใช้ใบเสนอราคาที่ไม่ได้อัปเดตล่าสุด หรือไฟล์ที่มีข้อมูลผิดพลาด
แนวทางการแก้ไข
สร้างระบบโครงสร้างโฟลเดอร์ เช่น แยกตามปี ประเภทเอกสาร หรือแผนก
กำหนดนโยบายการตั้งชื่อไฟล์ เช่น “ใบเสนอราคา_2025_ลูกค้าABC” เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา
ใช้ Document Management System (DMS) เช่น SharePoint, Microsoft Teams หรือ Google Workspace
ซึ่งการจัดระเบียบข้อมูลที่ดีจะช่วยให้ทีมทำงานได้รวดเร็วขึ้น ลดข้อผิดพลาดในการใช้งานไฟล์ และเพิ่มความโปร่งใสในระบบการจัดการข้อมูล
3. การแชร์ข้อมูลผ่าน USB Drive หรือ External Hard Drive
แม้ว่า USB Drive หรือ External Hard Drive จะเป็นเครื่องมือที่สะดวกและใช้งานง่ายในการแชร์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ แต่การใช้วิธีนี้มีความเสี่ยงหลายประการที่มักถูกมองข้าม ซึ่งสำคัญที่สุดคือความเสี่ยงในการสูญหายของข้อมูล เช่น การทำอุปกรณ์หาย นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการติดมัลแวร์หรือไวรัสที่อาจแฝงมากับคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีการป้องกันที่เพียงพอ
แนวทางการแก้ไข
ใช้เครื่องมือสำหรับการแชร์ข้อมูลออนไลน์ เช่น OneDrive หรือ Google Drive
หากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ภายนอก ควรใช้ USB ที่เข้ารหัส
(Encrypted USB)
เพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อแชร์ข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ อย่าลืมเปิดใช้งาน การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน
(Two-Factor Authentication)
เพื่อเพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
4. ไม่กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล
หากพนักงานทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลทุกไฟล์ได้โดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่ข้อมูลสำคัญหรือข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนอาจถูกเปิดเผยหรือรั่วไหลได้ทั้งจากความตั้งใจและความไม่ตั้งใจ รวมถึงการที่ไม่จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจน อาจทำให้พนักงานที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนนั้น ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ อาจเกิดความเสี่ยงในการแก้ไขข้อมูลและการใช้งานที่ผิดพลาด
แนวทางการแก้ไข
ใช้ระบบที่สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลได้ เช่น SharePoint
จัดประเภทข้อมูลตามระดับความสำคัญ เช่น
ข้อมูลสาธารณะ (Public Data)
ข้อมูลภายใน (Internal Data)
ข้อมูลลับ (Confidential Data)
ข้อมูลลับสุดยอด (Highly Confidential Data)
การจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลจะช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญ ลดความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูล และเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบขององค์กร
5. ใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับการอัปเดต
การใช้งานซอฟต์แวร์หรือระบบที่ไม่ได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่องเปรียบเสมือนการเปิดประตูทิ้งไว้ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาโดยง่าย ซอฟต์แวร์ที่ล้าสมัยมักมีช่องโหว่ที่แฮกเกอร์สามารถใช้โจมตีได้ เช่น การโจมตีแบบ Ransomware ที่ล็อกไฟล์สำคัญเพื่อเรียกค่าไถ่ หรือการแอบขโมยข้อมูลที่อาจเป็นข้อมูลลูกค้า ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ขององค์กร
แนวทางการแก้ไข
อัปเดตซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอ
ใช้เครื่องมือที่มีการสนับสนุนจากผู้พัฒนา เช่น Microsoft 365 หรือ Google Workspace ที่มีการอัปเดตฟีเจอร์และระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ
6. ไม่มีระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติ (Automatic Backup)
ธุรกิจที่ยังคงใช้การสำรองข้อมูลแบบ Manual หรือทำด้วยตัวเอง มักเผชิญความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดของมนุษย์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ตัวอย่างเช่น การลืมดำเนินการสำรองข้อมูลในเวลาที่กำหนด การเลือกไฟล์ผิด หรือการสำรองข้อมูลเพียงบางส่วนที่อาจไม่ครอบคลุมข้อมูลสำคัญทั้งหมด ความผิดพลาดเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้ข้อมูลไม่สมบูรณ์ แต่ยังอาจทำให้การกู้คืนข้อมูลในภาวะฉุกเฉินไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางการแก้ไข
ใช้บริการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ เช่น Google Cloud Backup
ตั้งรอบเวลาสำรองข้อมูล เช่น รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน
7. ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลที่เก็บไว้อย่างสม่ำเสมอ
เมื่อข้อมูลไม่ได้รับการตรวจสอบและจัดการอย่างสม่ำเสมอ อาจส่งผลให้มีข้อมูลที่ไม่ได้รับการอัปเดตหรือไม่เกี่ยวข้องสะสมอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก ข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะเปลืองพื้นที่จัดเก็บเท่านั้น แต่ยังสร้างความยุ่งยากในการค้นหาข้อมูลที่จำเป็น ส่งผลให้การทำงานช้าลงและลดประสิทธิภาพโดยรวมของระบบจัดเก็บข้อมูล
แนวทางการแก้ไข
กำหนดนโยบายการลบข้อมูลที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน เช่น ลบข้อมูลที่ไม่ได้ใช้งานภายใน 3 ปี
การเก็บข้อมูลอย่างชาญฉลาด จะช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพให้ธุรกิจ และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญ และเพิ่มความคล่องตัวให้กับระบบงานของคุณ อย่าลืมว่าข้อมูลที่จัดเก็บอย่างปลอดภัยและเป็นระเบียบ คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคง
ซึ่งถ้าธุรกิจคุณมีเจ้าหน้าที่ไอทีก็สามารถประชุมหารือ วางแผนนโยบายการเข้าถึงข้อมูล (Policy) เพื่อป้องกันความเสี่ยงข้างต้น ตามความเหมาะสมของธุรกิจเข้าไปได้เลย แต่ถ้าคุณยังไม่มีทีมไอที และมีความกังวลเรื่องการปรับใช้นโยบายด้านไอที เช่น การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล (Access policy) หรืออื่นๆ สามารถเรียกใช้บริการ IT Support ของ IT-Hero เพื่อให้เราช่วยป้องกันข้อมูลของธุรกิจให้มีความปลอดภัยมากขึ้นได้ครับ
200
2
17 มีนาคม 2025